เสนอแนะหนังดีมีสาระสุดได้รับความนิยมแนวคุณหมอ ครบรสอีกทั้งความรู้ ความฟิน

ดูหนัง netflix อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังผ่านเน็ต ดูหนัง netflix ซีปรี่ย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับวงการแพทย์ กันเถิดเรา สืบเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด คนจำนวนไม่น้อยก็เลยเริ่มมองเห็นจุดสำคัญของความสะอาด และก็การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายกันเยอะขึ้น ซึ่งหนังหรือซีปรี่ย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกเหนือจากที่จะช่วยให้พวกเรารู้เรื่องการทำงานของแพทย์ การวิเคราะห์โรค การดูแลคนป่วย แล้วยังได้ศึกษาเกี่ยวกับการดูแลตนเอง อาการของโรค ลักษณะโรค ผ่านการแสดงที่เสนอมาจากความจริงผ่านนักแสดง แถมพวกเรายังจะได้รู้จักโรคต่างๆที่เราบางทีอาจไม่รู้จะมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆมีประโยชน์แบบนี้ต้องหาดูแล้วจะมีเรื่องไหนบ้างตามมาเลยค่ะ

1. ER (Emergency Room) ทำความเข้าใจคำว่า ฉุกเฉิน
ต้นตำรับซีปรี่ย์ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงเยอะมาก ซึ่งเนื้อเรื่องได้สะท้อนการเป็นหมอในห้องรีบด่วนที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในทุกๆวันจะมีผู้เจ็บป่วยเร่งด่วน มาเป็นบททดลองให้กับหมอ แล้วก็ซีรีย์หัวข้อนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐฯ ที่ทำให้เรามองเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้ว

2. Grow Up หรือ หมอฝึกหัดประลองสนาม
เรียนรู้ก่อนจะเป็นแพทย์ รวมทั้งเติบโตไปด้วยกัน ซีรี่ย์ Grow Up ผู้ผลิตจากจีน ได้ฉีกแนววิธีการทำซีรี่ย์ไปออกจะมาก ผู้คนจำนวนมากที่ดูหนังจีนมาก่อน บางทีอาจจะจำเป็นต้องแปลงมุมมองใหม่กับหัวข้อนี้อย่างยิ่งจริงๆ เนื้อเรื่อง เอ๋ยถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ฝันต้องการจะเป็นแพทย์ที่ดี แต่พอเพียงเข้ามาฝึกงานในโรงหมอในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับได้มาพบว่าการเป็นแพทย์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การดูแลรักษาคนแค่นั้น สิ่งที่เธอต้องพบเจอนั้นคือ ระเบียบ ข้อบังคับ แล้วก็การทำงานที่ไม่ล้ำเส้น และก็ที่สำคัญคือ การต้องเห็นคนที่ตนเองรักษาตายต่อหน้า นั่นคือบททดลองแรกเพียงแค่นั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ แม้ตัวเองจะเป็นหมอ แม้กระนั้นก็ไม่บางทีอาจรักษาช่วยลูกสาวคนเดียวไว้ได้

3. Doctor ดูหนังซีรี่ย์ X (แพทย์ซ่าส์ชนิดเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน ไม่จิโกะ เป็นหมอมือชั้นยอดของญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม แล้วก็วัฒนธรรมในโรงหมอ เป็นผู้ต้านทานเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนสนใจแต่การรักษาโรคของคนเจ็บเท่านั้น แต่ละเคสที่แพทย์ไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนข้างจะยาก แต่ว่าไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีปรี่ย์เรื่องนี้ แม้ว่าจะมองเกินจริงไปนิด แต่ว่าเก็บหัวข้อประเด็นการรักษาโรคได้ดิบได้ดี ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมหน่วยงานได้น่าดึงดูดทีเดียว

4. Good Doctor (แพทย์ฟ้าประทาน)
เชื่อว่า ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นที่หนึ่งในใจใครๆหลายคน เนื้อเรื่องพูดถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดปกติทางความก้าวหน้า แม้กระนั้นเขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม และก็มีความรู้มากพอที่จะเป็นหมอได้ แต่ว่าเขาก็สามารถศึกษาและใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ ซึ่งถ้าคนใดมองหัวข้อนี้แล้วจะเข้าหัวใจผู้ที่เป็นออทิสติกมากเพิ่มขึ้น รวมถึงลักษณะการทำงานของแพทย์ ที่ต้องฝ่าฟันมรสุมต่างๆเพื่อที่จะเป็นแพทย์ที่แกร่งในอนาคต

5. Beautiful Mind (ผู้ชายหลายมิติ)
ถ้าแพทย์ไม่สามารถที่จะรู้เรื่องความรู้สึกของผู้เจ็บป่วย แล้วจะรักษาคนไข้ได้ยังไง ซีปรี่ย์หัวข้อนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่ง ที่จำเป็นต้องฝึกอ่านสีหน้ารวมทั้งลีลาของคน ในขณะที่ตนเองรักษาคนป่วย แพทย์เองก็จำเป็นต้องบำบัดรักษารวมทั้งรักษาโรคของตนเองที่เป็นอยู่ด้วย นอกนั้นซีปรี่ย์ประเด็นนี้ ยังเล่าถึงวิธีการทำธุรกิจโรงหมอ ซึ่งมิได้จำกัดเพียงแค่การให้บริการทางด้านการแพทย์แค่นั้น แต่ยังรวมไปถึงคิดค้นงานศึกษาเรียนรู้การดูแลและรักษาโรค เพื่อได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจใจคุณให้เจอรัก)
ซีรีย์เรื่องนี้ เล่าถึงเด็กหญิงไม่เอาไหนคนหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันตัวเองจนสามารถเป็นหมอได้ ถึงแม้เรื่องนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แต่ก็มีประเด็นเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้เราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีปรี่ย์ที่เล่าราวหลักการทำงานของแพทย์ ที่ทำให้มองเห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ และแนวทางการทำงานของหมอ ที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต แตะไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต รวมทั้งพูดถึงทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีปรี่ย์น้ำดีจากฝั่งประเทศเกาหลี ชี้แนะเลยจ้า เรื่องนี้สนุกมากมาย

8. it’s okay that’s love (ถ้าหากรักกัน…มันก็โอเค)
เชื่อว่า คนอีกหลายๆคนที่ดูซีปรี่ย์ประเด็นนี้ต่างตรวจตนเองว่า เราป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นทางจิต หรือเปล่า รวมทั้งถ้าหากป่วยไข้ พวกเราจะรักษาตัวเองเช่นไร เรื่องการป่วยทางจิตนั้น ส่วนใหญ่คนไทยมักไม่ค่อยทราบ และมองว่า การพบจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ว่าอันที่จริงแล้ว การพบจิตแพทย์ นั้นนับว่าเป็นเรื่องดี โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีความตึงเครียด อาการไม่มีชีวิตชีวา บางครั้งบางคราวการป่วยทางด้านจิตไม่ได้มาจากภาวะจิตใจ แต่ว่ามาจากลักษณะการทำงานของสมองที่ผิดพลาด สรุปว่า การเจอจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว คนใดต้องการประเมินตนเองก็ทดลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิต 1323 ดูกรเพื่อสอบถามอาการพื้นฐานได้ เห็นไหม ว่าการดูหนังนอกเหนือจากการที่จะบันเทิงใจแล้วยังได้การรู้ด้านการแพทย์มาดูแลตัวเองและผู้ที่พวกเรารักได้อีกด้วยนะ

หมวดหมู่บทความ
บทความล่าสุด
นิยมหา
ผู้ให้การสนับสนุน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on print
Print
Share on email
Email
On Key

Related Posts

หนังแอคชั่นบู๊สุดสนุกของฝั่งประเทศเกาหลีที่ผู้แสดงนำชายงานดีไม่แพ้ในซีรีย์

ดูหนังซีรี่ย์ เอ๋ยถึงการ ดูหนังซีรี่ย์ ดูหนังออนไลน์ ที่มาแรงที่สุดอาจหนีไม่พ้น หนังแนวแอคชั่น สู้กันมันส์ระห่ำ ที่มักจะติดเทรนด์การค้นหาลำดับต้นๆของหนังอย่างยิ่งจริงๆ และก็หนังชนิดนี้คนโดยมากอาจจะระลึกถึงทางฝั่งตะวันตกกัน ใช่มั้ยเอ่ย แต่ว่าประเดี๋ยวก่อน! ฝั่งเอเชียบ้านพวกเราก็ไม่น้อยน่าเช่นกันนะในเรื่องความสนุกดุเดือด วันนี้พวกเราจะมาเอาอกเอาใจสาวกสายแอคชั่นที่ชื่นชอบความมันส์ ด้วยหนังแอคชั่นเกาหลีฝั่งเอเชียบ้านเราที่มาพร้อมด้วยความดุเดือด พาดฟันกันเอาจริงเอาจัง แล้วก็รูปหล่อของพระเอกที่ไม่น้อยหน้าในซีรี่ย์อย่างยิ่งจริงๆ 1. The Age of Shadows (2016) คน ล่า คน

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

ดูหนัง netflix อยาก ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงหนัง คอหนังแบบพวกเราต้องมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ และหากกล่าวถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีผู้ใดไม่คำนึงถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งสองนั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบมากยิ่งกว่าลำโพงชนิดอื่นรวมทั้งเนื่องในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ที่มีการระบาดโควิด-19 จึงทำให้คนอีกหลายคนปรารถนาแปลงจากการดูหนังในโรงภาพยนต์มาเป็นดูหนังในบ้านแทนก็เลยส่งผลให้ตอนนี้ยอดจำหน่ายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้เราจึงมีสาระเกี่ยวกับ Sound Bar กับ

ทำไม? ฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนังเห็นผลกว่าฝึกฝนจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังผ่านเน็ต อยู่บ้านก็สามารถฝึกภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ ทำไม รู้มั้ย เวลาเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ เพียงพออ่านไปสักพักพวกเราก็คงรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้เราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังยังไงล่ะ การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเลิศในวิธีที่จะทำให้ภาษาอังกฤษพวกเรารุ่งเรืองแบบกก้าวกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกอยู่แล้ว และมันจะดีเยี่ยมถ้าหากเราบันเทิงใจไปด้วยเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย แล้วก็นี่เป็นเหตุผล ที่เพราะเหตุใดการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงได้ผลกว่า การฝึกหัดจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. เพราะการดูหนังมันสนุกกว่า การศึกษาไปพร้อมๆกับความสนุกสนานร่าเริง ย่อมดีมากกว่าเรียนรู้แบบน่ารำคาญเสมอ